บทที่ 3 ตอนที่ 3

“ระยำ!”

นิโคไลปัดมือบางของอิงบุญออกจากต้นแขนของตัวเอง พร้อมกับก้าวถอยหลังหนีอย่างสุดแสนรังเกียจ

“พ่อกับแม่ฉันเอาเธอมาชุบเลี้ยงอย่างดีตั้งหลายปี แต่เชื้ออีตัวต่ำๆ คงฝังลึกอยู่ในสันดานของเธอแล้วสินะ ถึงได้เช็ดถึงได้ล้างไม่ออกแบบนี้”

น้ำตาของอิงบุญแทบทะลักออกมาประจานความเจ็บปวด แต่โชคดีที่หล่อนซ่อนมันเอาไว้ได้ทันเวลา หล่อนเจ็บปวดกับความคิดของผู้ชายคนนี้นัก ในสายตาของเขาหล่อนต่ำต้อย ไร้ค่าและน่าขยะแขยง แต่หล่อนก็ยังห้ามใจตัวเองไม่ได้ ห้ามใจให้หยุดรักเขาไม่ได้ หล่อนรักนิโคไล อิสไมนอฟ มาร์คิเดฟ รักเขาจนหมดหัวใจ

“ก็คงอย่างนั้นมั้งคะ”

“แพศยา! จำเอาไว้นะ ฉันเกลียดผู้หญิงอย่างเธอเข้าไส้เข้ากระดูกดำ ฉันจะขยี้เธอให้แหลกคามือจำเอาไว้ อิงบุญ!”

ชายหนุ่มเค้นคำรามความเดือดดาลออกมาจากลำคอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความชิงชัง เขาจ้องมองหล่อนราวกับอยากจะฆ่าให้ตายคามือ

“และถ้ายังไม่อยากเจ็บจนตาย เลิกยุ่งกับฉันเสียที”

อิงบุญกล้ำกลืนน้ำตาลงไปในอก ฝืนยิ้มและโต้ตอบผู้ชายใจร้ายตรงหน้าออกไป

“อีตัวอย่างฉัน เจ็บจนชินแล้วล่ะค่ะ ถ้าจะเจ็บอีกสักหน่อยด้วยฝีมือของมหาเศรษฐีหนุ่มอย่างนิโคไล อิสไมนอฟ มาร์คิเดฟอีกสักคน คงไม่เป็นไรหรอกมั้งคะ”

หล่อนจ้องหน้าเขานิ่ง มองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า ทุกความรู้สึกถูกเก็บถูกซ่อนเอาไว้ใต้ใบหน้างดงามอย่างมิดชิด

“ยังไงซะ ฉันก็ยังยืนยันคำเดิมค่ะ เราจะต้องแต่งงานกัน”

“ทุเรศ! ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนหน้าด้านเท่ากับเธอมาก่อนเลย...!”

เขาตวาดลั่น และด้วยความลืมตัวก็ทำให้นิโคไลก้าวสามขุมกลับเข้ามาหยุดตรงหน้าของหล่อนอีกครั้ง เขามองหล่อนด้วยสายตาลุกเป็นไฟ และไม่นานสองมือหนาแกร่งก็ตะปบลงบนบ่าบอบบางของหล่อนอย่างไม่ปรานี เขาแสยะยิ้ม ก่อนจะเค้นเสียงน่าสะพรึงกลัวออกมา

“คงคันมากสินะ คันคะเยอจนต้องหาผัวให้เป็นตัวเป็นตน”

เขาเขย่าร่างอรชรของหล่อนเสียจนหัวสั่นหัวคลอน เขย่าด้วยแรงอารมณ์อย่างไม่ปรานีปราศรัย

“อีตัวแบบเธอ มันช่างน่าสมเพชเสียเหลือเกิน”

ในที่สุดก็ไม่สามารถห้ามน้ำตาเอาไว้ได้อีก มันไหลออกมาอาบแก้มในที่สุด

“ค่ะ ฉันคันมาก อยากอ้าขาให้คุณช่วยเกาให้”

“ร่าน!”

นิโคไลผลักร่างอรชรให้ออกห่างจากตัวด้วยความรังเกียจ ร่างของอิงบุญเซถลาลงไปล้มคว่ำอยู่กับพื้นพรม หล่อนเงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตา กลีบปากอิ่มสั่นระริกด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจเป็นที่สุด ทำไมเขาถึงได้จงเกลียดจงชังหล่อนนักหนานะ ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้

“ขอบคุณที่ชมค่ะว่าที่สามี”

ชายหนุ่มขบกรามจนขึ้นสันนูนเป่ง สองมือหนากำเข้าหากันแน่น อยากจะฆ่า อยากจะฆ่าแม่ผู้หญิงที่นั่งเชิดหน้าอวดดีอยู่ที่พื้นตรงหน้านัก หล่อนกล้าดียังไง กล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับผู้ชายอย่างเขา

“ฝันไปเถอะว่าฉันจะยอมแต่งงานกับอีตัวร่านร้อนแบบเธอ ไม่มีทาง!”

นิโคไลกระแทกเท้าเดินจากไปแล้ว แต่อิงบุญก็ยังน้ำตาทะลักด้วยความเสียใจเช่นเดิม ไม่... มากกว่าเดิมเสียอีก หล่อนร่ำไห้ สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ เจ็บปวดนักที่ถูกผู้ชายที่ตัวเองทั้งรักทั้งบูชามองว่าต่ำมองว่าไร้ค่าถึงเพียงนี้ อยากจะตัดใจ อยากจะเลิกรักผู้ชายใจร้ายอย่างนิโคไล แต่ไม่ว่าจะพยายามทำสักกี่ครั้ง พยายามสักเท่าไหร่ หัวใจของหล่อนก็ยังเป็นของผู้ชายสายเลือดทมิฬอย่างนิโคไล อิสไมนอฟ มาร์คิเดฟคนนี้ไม่เปลี่ยนแปลง

“ถึงคุณจะร้ายสักแค่ไหน แต่ฉันก็ยังรักคุณ... คุณนิค...”

มือบางยกขึ้นป้ายน้ำตาทิ้ง แต่ยิ่งป้าย ยิ่งปาด ยิ่งเช็ดมันเท่าไหร่ ธาราแห่งความชอกช้ำทรมานก็ยิ่งหลั่งรินออกมาจากนัยน์ตาทั้งสองข้างมากขึ้นเท่านั้น มันก็เหมือนกับหัวใจของหล่อนในตอนนี้นั่นแหละ เพราะเจ้าก้อนเนื้อที่อยู่ในอกกำลังถูกหยาดน้ำแห่งความเสียใจไหล่บ่าเข้าท่วมอย่างไร้สิ้นซึ่งความปรานี หล่อนอาจจะตาย อาจจะตายเพราะความชิงชังของนิโคไลในเวลาไม่ช้านี้ก็เป็นได้ หญิงสาวคิดอย่างเจ็บปวด ก่อนจะกัดฟันลุกขึ้นและเดินจากไป

รถสปอร์ตราคาแพงระยับแล่นมาจอดในลานจอดรถช่องสำหรับผู้บริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของรัสเซีย เสียงกรี๊ดกร๊าดของบรรดานักศึกษาสาวสวยจำนวนมากดังสนั่นขึ้นทันทีเมื่อร่างสูงใหญ่แสนสมบูรณ์แบบของไทเลอร์ อิสไมนอฟ มาร์คิเดฟก้าวลงมาจากรถ ดวงตาคมกริบกราดมองไปยังกลุ่มของนักศึกษาสาวเจ้าของเสียงกรี๊ดร้องไม่ต่างจากนางชะนีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเป็นที่สุด ผู้หญิงก็เป็นได้แค่นี้แหละ ชะนีที่จ้องแต่จะร้องเรียกหาผัว

รอยยิ้มหยันยังคงแต้มแต่งอยู่บนใบหน้าหล่อลากดินของไทเลอร์ไม่จางแม้แต่ในขณะที่เขาก้าวดุ่มๆ เดินหายเข้าไปในสถานที่อันเป็นส่วนตัวของตนเองแล้วก็ตาม เมื่อสิบปีก่อนห้องทำงานของเขาไม่ต้องถูกแบ่งแยกออกมาจากคนอื่นแบบนี้ แต่เพราะแม่นักศึกษาสาวๆ ที่คอยมาเกาะมาแกะมารุมล้อมรอบกายเขาตลอดเวลานั่นแหละ จึงทำให้เขาต้องสร้างสถานที่อันเป็นส่วนตัวขึ้นภายในมหาวิทยาลัยของตัวเองเพื่อตัดความน่าสะอิดสะเอียนนั้นออกไป แต่กระนั้นแม่นักศึกษาสาวๆ ก็ยังไม่วายตามมอง ตามจ้อง และตามร้องกรี๊ดๆ ใส่เขาเหมือนเดิม มันน่าเบื่อ น่ารำคาญ จนบางครั้งเขาก็อดคิดไม่ได้ว่าหากเปลี่ยนมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยชายล้วนคงจะเป็นผลดีกับโสตประสาทของเขาไม่น้อย

“นี่ฟิลิเซียเห็นหรือเปล่า อาจารย์ไทเลอร์ยิ้มให้ฉันด้วย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป